ยรม เยเรมียาห์, บทที่ เยเรมียาห์, บทที่ 3
“หากชายใดหย่าขาดจากภรรยา
และเธอไปแต่งงานกับชายอีกคน
เขาควรจะกลับไปหาเธออีกหรือ
แผ่นดินจะไม่เปื้อนมลทินไปหมดหรือ
แต่เจ้าก็ใช้ชีวิตเหมือนโสเภณีมีชู้รักหลายคน
บัดนี้เจ้าจะกลับมาหาเราหรือ”
พระยาห์เวห์ประกาศดังนั้นฉธบ 24:4
“จงแหงนหน้ามองที่สูงร้างนั้น
ดูสิ มีที่ไหนที่เจ้าไม่ทำตัวแปดเปื้อนบ้าง
เจ้านั่งคอยพวกชู้รักอยู่ริมทาง
นั่งเหมือนคนเร่ร่อนในทะเลทราย
เจ้าทำให้แผ่นดินเป็นมลทิน
ด้วยความสำส่อนและความชั่วร้ายของเจ้าอสค 16:24
เพราะฉะนั้นฝนจึงถูกระงับเสีย
และไม่มีฝนฤดูใบไม้ผลิตกลงมา
กระนั้นเจ้าก็ยังหน้าด้านเหมือนหญิงโสเภณี
ไม่มียางอายเอาเสียเลย
เจ้าเพิ่งร้องหาเราไม่ใช่หรือว่า
‘พระบิดาของข้าพเจ้า ผู้เป็นมิตรตั้งแต่ข้ายังเยาว์วัยมธ 6:9; อสค 16:43
พระองค์จะโกรธเสมอไปหรือ
ความโกรธเกรี้ยวของพระองค์จะคงอยู่ตลอดไปหรือ’
เจ้าพูดเช่นนี้แหละ
แต่เจ้าก็ทำชั่วทุกอย่างอยู่ร่ำไป”
อิสราเอลผู้ไม่ซื่อสัตย์
ในสมัยของกษัตริย์โยสิยาห์ พระยาห์เวห์พูดกับข้าพเจ้าว่า “เจ้าเห็นสิ่งที่อิสราเอลผู้นอกใจทำไหม เธอขึ้นไปบนภูเขาสูงทุกลูก ใต้ต้นไม้ใบเขียวทุกต้น แล้วคบชู้ที่นั่น ยรม 2:20เราคิดว่า เมื่ออิสราเอลทำทั้งหมดนี้แล้ว เธอจะกลับมาหาเรา แต่ก็เปล่า และยูดาห์น้องสาวผู้ไม่ซื่อสัตย์ของเธอก็เห็น อสค 16:46; อสค 23:2เราจึงทำหนังสือหย่าขาดอิสราเอลผู้นอกใจ แล้วไล่เธอไปเพราะการคบชู้ทั้งหลาย แต่เราก็เห็นยูดาห์น้องสาวผู้ไม่ซื่อสัตย์ของเธอไม่กลัวเลย เธอก็ออกไปคบชู้ด้วย อสค 23:11เพราะเธอเห็นว่าความเสื่อมศีลธรรมของอิสราเอลเป็นเรื่องเล็กน้อย จึงทำให้แผ่นดินเป็นมลทิน โดยไปคนชู้กับหินและไม้ ยรม 2:27ถึงขนาดนี้แล้ว ยูดาห์น้องสาวผู้ไร้สัตย์ของเธอก็ยังไม่กลับมาหาเราอย่างสุดใจ มีแต่แสร้งทำ” พระยาห์เวห์ประกาศดังนั้น
พระยาห์เวห์พูดกับข้าพเจ้าว่า “อิสราเอลผู้ไม่ซื่อก็ยังชอบธรรมกว่ายูดาห์ผู้ไร้สัตย์ อสค 16:52จงไปประกาศกับพวกทางเหนือว่า
พระยาห์เวห์ประกาศว่า ‘อิสราเอลผู้ไม่ซื่อเอ๋ย กลับมาเถิด
เราจะไม่หน้าบึ้งใส่เจ้าอีกต่อไป
เพราะเราสัตย์ซื่อ’ พระยาห์เวห์ประกาศดังนี้
‘เราจะไม่โกรธตลอดไปอสย 31:6; อพย 34:6; ยอล 2:13; ศคย 1:3
เพียงแต่เจ้ายอมรับผิด
ว่าได้กบฏต่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า
ว่าได้ปันใจให้พวกพระต่างชาติ
ใต้ต้นไม้ใหญ่ทุกต้น
และไม่ได้เชื่อฟังเรา’ ”
พระยาห์เวห์ประกาศดังนั้นอสย 57:5
“กลับมาเถิด ประชาชนที่ไม่ซื่อสัตย์” พระยาห์เวห์ประกาศดังนี้ “เพราะเราเป็นสามีของเจ้า เราจะเลือกสรรเจ้าคนหนึ่งจากเมืองหนึ่ง สองคนจากตระกูลหนึ่ง และนำเจ้ากลับไปศิโยน อสย 31:6แล้วเราจะให้บรรดาผู้เลี้ยงที่เราพอใจกับเจ้า ผู้ที่จะนำเจ้าด้วยความรู้และความเข้าใจ ยรม 23:4เมื่อถึงเวลานั้นที่เจ้ามีลูกหลานจนเต็มแผ่นดิน” พระยาห์เวห์ประกาศดังนี้ ผู้คนจะไม่พูดถึง “ ‘หีบพันธสัญญาของพระยาห์เวห์’ อีก จะไม่คิดถึง ไม่จดจำ ไม่ถวิลหา และไม่สร้างขึ้นมาใหม่ แต่ในเวลานั้น พวกเขาจะเรียกเยรูซาเล็มว่า ‘พระบัลลังก์ของพระยาห์เวห์’ ชนชาติทั้งปวงจะมาชุมนุมกันที่เยรูซาเล็ม เพื่อถวายเกียรติแด่นามของพระยาห์เวห์ พวกเขาจะไม่ดื้อดึงทำตามใจชั่วของตนอีกต่อไป อสย 2:2เมื่อถึงเวลานั้น ชนยูดาห์จะสมทบกับชนอิสราเอล จะรวมกันมาจากดินแดนทางเหนือ มายังดินแดนที่เราได้ยกให้กับบรรพบุรุษของเจ้าเป็นมรดก”ฮชย 1:11; ยรม 31:8
เราเองกล่าวไว้ว่า
“ ‘เรายินดีเหลือเกินที่จะปฏิบัติต่อเจ้าเหมือนลูก
และมอบดินแดนที่น่ารื่นรมย์แก่เจ้า
เป็นมรดกที่งดงามที่สุดในชนชาติทั้งสิ้น’
เราคิดว่าเจ้าจะเรียกเราว่า ‘พ่อ’
และจะติดตามเราโดยไม่หันหนีไปไหนสดด 87:4; อสย 60:4
แต่อิสราเอล เจ้าก็ไม่ซื่อสัตย์ต่อเรา
เหมือนภรรยาที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อสามี”
พระยาห์เวห์ประกาศดังนั้นยรม 2:8
มีเสียงหนึ่งร่ำไห้ดังจากที่สูงร้าง
เป็นเสียงร่ำไห้อ้อนวอนของชนอิสราเอล
เพราะพวกเขาได้บิดเบือนวิถีของตน
และได้ลืมพระยาห์เวห์พระเจ้าของตน
“กลับมาเถิด ประชาชนผู้ไม่ซื่อสัตย์
เราจะรักษาเจ้าจากการหลงผิด
แน่แล้ว เราจะมาหาพระองค์
เพราะพระองค์เป็นพระยาห์เวห์พระเจ้าของเราฮชย 3:5
แท้จริงการกราบไหว้รูปเคารพ
บนเนินเขาและภูเขาต่างๆ เป็นเรื่องหลอกลวง
แท้จริงความรอดของอิสราเอล
อยู่ในพระยาห์เวห์พระเจ้าของเราสดด 121:1
ตั้งแต่เรายังเยาว์วัย เทพเจ้าที่น่าอับอายนั้นได้ผลาญ
ผลจากหยาดเหงื่อแรงงานบรรพบุรุษของเรา
ทั้งฝูงแพะแกะและฝูงสัตว์
ลูกชายและลูกสาวฮชย 4:19
ให้เรานอนลงด้วยความอับอาย
และเอาความอัปยศอดสูคลุมกาย
ทั้งเราและบรรพบุรุษของเรา
ได้ทำบาปต่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของเรา
ตั้งแต่เรายังเยาว์วัยจนทุกวันนี้
เราไม่ได้เชื่อฟังพระยาห์เวห์พระเจ้าของเราเลย”ยรม 14:7