ลก ลูกา, บทที่ ลูกา, บทที่ 18
อุปมาเรื่องหญิงม่ายผู้แน่วแน่
แล้วพระเยซูเล่าเรื่องอุปมาสอนสาวกว่าควรอธิษฐานอยู่เสมอ และไม่ยอมแพ้ รม 12:12; อฟ 6:18; 1 ธส 5:17พระองค์เล่าว่า “ในเมืองหนึ่ง มีผู้พิพากษาซึ่งไม่เกรงกลัวพระเจ้าและไม่เห็นแก่หน้าใคร ในเมืองเดียวกันมีหญิงม่ายคนหนึ่งเพียรมาหาเขาอ้อนวอนว่า ‘ให้ความยุติธรรมในคดีของดิฉันกับอีกฝ่ายด้วยเถิด’
ผู้พิพากษาปฏิเสธอยู่สักพัก แต่ในที่สุดเขาก็พูดกับตัวเองว่า ‘แม้เราไม่กลัวพระเจ้า และไม่เห็นแก่หน้าใคร แต่เพราะหญิงม่ายคนนี้เซ้าซี้ไม่หยุด เราจะให้ความยุติธรรม เธอจะได้ไม่มาให้รำคาญใจ’ ”
แล้วองค์พระผู้เป็นเจ้าก็พูดว่า “จงฟังสิ่งที่ผู้พิพากษาอยุติธรรมพูด แล้วพระเจ้าจะไม่ให้ความยุติธรรมกับคนที่พระองค์เลือก ซึ่งร้องเรียกพระองค์ทั้งวันทั้งคืนหรือ พระองค์จะผัดผ่อนไปเรื่อยๆ หรือ สดด 9:18; ลก 11:9; วว 6:10เราบอกว่า พระองค์จะให้เขาได้รับความยุติธรรมโดยเร็ว แต่เมื่อบุตรมนุษย์กลับมา พระองค์จะได้เห็นความเชื่อในโลกบ้างไหม”
อุปมาเรื่องฟาริสีกับคนเก็บภาษี
สำหรับบางคนที่มั่นใจในความชอบธรรมของตนและดูถูกคนอื่น พระเยซูเล่าเรื่องอุปมานี้ว่า ลก 16:15“มีสองคนไปที่วิหารเพื่ออธิษฐาน คนหนึ่งเป็นฟาริสี และอีกคนเป็นคนเก็บภาษี ฟาริสียืนอยู่คนเดียวอธิษฐานว่า ‘พระเจ้า ขอบคุณพระองค์ที่ข้าพเจ้าไม่เหมือนคนอื่น ที่เป็นพวกโจร คนชั่ว คนมีชู้ หรือแม้แต่คนเก็บภาษีนี้ อสย 58:3; วว 3:17ข้าพเจ้าถืออดอาหารสัปดาห์ละสองครั้ง และมอบสิบลดของทั้งหมดที่ได้รับ’
แต่คนเก็บภาษียืนไกลออกไป ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นฟ้า แต่ทุบอกและร้องว่า ‘พระเจ้า ขอเมตตาข้าพเจ้าที่เป็นคนบาปด้วยเถิด’
เราบอกว่า คนนี้ต่างหากที่กลับไปอย่างผู้ชอบธรรมต่อหน้าพระเจ้า เพราะทุกคนที่ยกตนขึ้นจะถูกกดลง และคนที่ถ่อมตนลงจะได้รับการยกขึ้น”โยบ 22:29; สภษ 29:23; มธ 23:12; ลก 14:11
พระเยซูกับเด็กเล็กๆ
(มธ.19:13-15; มก.10:13-16)
ผู้คนต่างอุ้มทารกมาให้พระเยซูวางมือ พอพวกสาวกเห็นก็ห้ามพวกเขาไว้ มธ 19:13; มก 10:13แต่พระเยซูเรียกเด็กๆ มาแล้วพูดว่า “ให้เด็กเล็กๆ มาหาเรา อย่าห้ามเขาเลย เพราะอาณาจักรของพระเจ้าเป็นของคนที่เหมือนเด็กเหล่านี้ มธ 18:3; มธ 19:14; 1 ปต 2:2; 1 คร 14:20เราบอกความจริงว่า ใครไม่รับอาณาจักรของพระเจ้าเหมือนเด็กเล็กๆ จะไม่มีวันได้เข้ามา”
คนร่ำรวยและอาณาจักรของพระเจ้า
(มธ.19:16-29; มก.10:17-30)
ขุนนางคนหนึ่งถามพระองค์ว่า “อาจารย์ผู้ประเสริฐ ข้าพเจ้าต้องทำสิ่งใดจึงจะได้รับชีวิตนิรันดร์”มธ 19:16; มก 10:17
พระเยซูตอบว่า “ทำไมจึงเรียกเราประเสริฐ นอกจากพระเจ้าแล้ว ไม่มีใครที่ประเสริฐ ท่านก็รู้พระบัญญัติที่ว่า ‘อย่าคบชู้ อย่าฆ่าคน อย่าลักขโมย อย่าเป็นพยานเท็จ จงให้เกียรติพ่อแม่’18:20 อพย.20:12-16; ฉธบ.5:16-20”อพย 20:12; ฉธบ 5:17
เขาบอกว่า “ทั้งหมดนี้ ข้าพเจ้าถือปฏิบัติมาตั้งแต่เด็ก”
เมื่อพระเยซูได้ยินอย่างนั้น ก็พูดว่า “ยังขาดอยู่อย่างหนึ่ง จงไปขายทุกสิ่งที่มีแล้วเอาเงินแจกจ่ายให้คนยากจน แล้วเจ้าจะมีทรัพย์สมบัติในสวรรค์ จากนั้นจงตามเรามา”1 ทธ 6:18
เมื่อเขาได้ยินอย่างนั้นก็เศร้ามากเพราะเขาเป็นคนมั่งคั่ง พระเยซูมองเขาและพูดว่า “เป็นเรื่องยากที่คนรวยจะเข้าอาณาจักรของพระเจ้า สภษ 11:28; มธ 19:23; มก 10:23; 1 ทธ 6:9อันที่จริง ให้อูฐลอดรูเข็มยังง่ายกว่าที่คนรวยจะเข้าในอาณาจักรของพระเจ้า”
คนที่ได้ยินก็ถามว่า “ถ้าอย่างนั้นแล้วใครจะรอดได้”
พระเยซูตอบว่า “สิ่งที่เป็นไปไม่ได้สำหรับมนุษย์ ก็เป็นไปได้สำหรับพระเจ้า”
เปโตรพูดว่า “พวกเราได้ละทิ้งทุกสิ่งที่เรามี เพื่อติดตามพระองค์”มธ 19:27; มก 10:28
พระเยซูบอกพวกเขาว่า “เราบอกความจริงว่า คนที่ละทิ้งบ้าน หรือภรรยา พี่น้อง พ่อแม่ หรือลูกๆ เพราะเห็นแก่อาณาจักรของพระเจ้า จะได้รับผลตอบแทนหลายเท่าในยุคนี้ และได้รับชีวิตนิรันดร์ในยุคหน้า”
พระเยซูทำนายครั้งที่สามถึงการตายของพระองค์
(มธ.20:17-19; มก.10:32-34)
พระเยซูพาสาวกทั้งสิบสองคนเลี่ยงออกมา และบอกพวกเขาว่า “พวกเรากำลังขึ้นไปเยรูซาเล็ม และทุกสิ่งที่พวกผู้เผยพระวจนะเขียนเกี่ยวกับบุตรมนุษย์จะเกิดขึ้น สดด 22:6; มธ 20:18; มก 10:33พระองค์จะถูกมอบให้คนที่ไม่ใช่ยิว คนพวกนั้นจะเยาะเย้ย ดูหมิ่น ถ่มน้ำลายรด อสย 53:7โบยตีและฆ่าพระองค์ ในวันที่สามพระองค์จะฟื้นขึ้นใหม่”
พวกสาวกไม่เข้าใจเรื่องนี้เพราะความหมายถูกซ่อนไว้ พวกเขาจึงไม่รู้ว่าพระองค์กำลังพูดถึงอะไร
ขอทานตาบอดมองเห็น
(มธ.20:29-34; มก.10:46-52)
ขณะที่พระเยซูมาใกล้เมืองเยรีโค มีชายตาบอดคนหนึ่งนั่งขอทานอยู่ริมทาง มธ 20:29; มก 10:46เมื่อได้ยินเสียงฝูงชนกำลังเดินผ่านมา เขาก็ถามว่าเกิดอะไรขึ้น คนเหล่านั้นบอกเขาว่า “พระเยซูชาวนาซาเร็ธกำลังเดินผ่านมา”
เขาก็ร้องขึ้นว่า “พระเยซูบุตรดาวิด ขอเมตตาข้าพเจ้าข้าพเจ้าด้วยเถิด”
คนที่เดินนำหน้าก็ตำหนิ บอกให้เขาเงียบ แต่เขายิ่งตะโกนดังขึ้นว่า “บุตรดาวิด เมตตาด้วยเถิด!”
พระเยซูหยุดและสั่งให้คนพาเขามาหา เมื่อเขาเข้ามาใกล้ พระเยซูจึงถามว่า “เจ้าต้องการให้เราทำอะไรให้”
เขาตอบว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพเจ้าอยากมองเห็น”
พระเยซูพูดกับเขาว่า “จงมองเห็น ความเชื่อของเจ้ารักษาเจ้าแล้ว” ทันใดนั้น เขาก็มองเห็น และตามพระเยซูไปและสรรเสริญพระเจ้า เมื่อคนทั้งหมดเห็นก็สรรเสริญพระเจ้าด้วย