กดว กันดารวิถี, บทที่ กันดารวิถี, บทที่ 22
บาลาคและบาลาอัม
แล้วชาวอิสราเอลเดินทางมาถึงที่ราบโมอับ และตั้งค่ายพักริมแม่น้ำจอร์แดน ตรงข้ามเมืองเยรีโค
ฝ่ายบาลาคลูกชายของศิปโปร์ได้เห็นการทั้งปวงซึ่งคนอิสราเอลทำแก่ชาวอาโมไรต์ วนฉ 11:25และโมอับหวาดผวาเนื่องจากคนอิสราเอลมีกำลังคนมากมาย โมอับคร้ามกลัวชาวอิสราเอลยิ่งนัก2 ซมอ 8:2
ชาวโมอับจึงหารือกับบรรดาผู้นำมีเดียนว่า “ฝูงชนนี้จะมากลืนกินทุกอย่างเหมือนวัวกินหญ้า”
ดังนั้นบาลาคลูกชายของศิปโปร์ผู้เป็นกษัตริย์โมอับในเวลานั้น กดว 23:24จึงส่งผู้ส่งสาส์นไปเรียกบาลาอัมลูกชายของเบโอร์ ซึ่งอยู่ที่เปโธร์บ้านเกิดเมืองนอนของเขาใกล้แม่น้ำยูเฟรติส บาลาคกล่าวว่า
“ชนชาติหนึ่งออกมาจากอียิปต์ แห่กันมามืดฟ้ามัวดินและมาประชิดแดนข้าพเจ้าแล้ว ฉธบ 23:4; ยชว 24:9ขอมาแช่งคนเหล่านี้ เพราะพวกเขาแข็งแกร่งเกินกำลังของเรา เผื่อว่าเราจะได้ขับไล่พวกเขาออกจากดินแดน เพราะเรารู้มาว่าทุกคนที่ท่านอวยพรก็ได้รับพร ส่วนคนที่ท่านสาปแช่งก็ต้องคำสาป”กดว 23:25; มคา 6:5
เหล่าผู้อาวุโสของโมอับและมีเดียนจึงจากไปและนำเงินจ่ายค่าทำนายไปด้วย เมื่อมาพบบาลาอัม ก็แจ้งตามที่บาลาคกล่าว2 ปต 2:15
บาลาอัมกล่าวว่า “เชิญพักค้างคืนที่นี่ก่อน แล้วข้าพเจ้าจะบอกคำตอบที่พระยาห์เวห์ให้มา” ดังนั้นพวกข้าราชการชาวโมอับจึงพักอยู่กับเขา
พระเจ้ามาหาบาลาอัมและถามว่า “คนเหล่านี้ที่อยู่กับเจ้าเป็นใคร”
บาลาอัมตอบพระเจ้าว่า “บาลาคลูกชายของศิปโปร์กษัตริย์แห่งโมอับส่งข่าวมาว่า ‘ชนชาติหนึ่งที่ออกมาจากอียิปต์อย่างมืดฟ้ามัวดิน บัดนี้ขอเชิญท่านไปสาปแช่งพวกเขาให้เรา เผื่อว่าเราจะสามารถสู้รบและขับไล่พวกเขาออกไปได้’ ”ฉธบ 23:5
แต่พระเจ้าพูดกับบาลาอัมว่า “อย่าไปกับพวกนั้น เจ้าจะสาปแช่งคนเหล่านั้นไม่ได้เพราะพวกเขาได้รับพรแล้ว”
เช้าวันรุ่งขึ้นบาลาอัมลุกขึ้นและบอกพวกข้าราชการที่บาลาคส่งมาว่า “กลับไปประเทศของพวกท่านเถิด เพราะพระยาห์เวห์ไม่อนุญาตให้ข้าพเจ้าไปกับพวกท่าน”
ดังนั้นพวกข้าราชการชาวโมอับจึงกลับไปรายงานบาลาคว่า “บาลาอัมไม่ยอมมากับพวกเรา”
บาลาคพยายามอีกครั้ง โดยส่งพวกข้าราชการจำนวนมากกว่าและมีเกียรติยศยิ่งกว่าครั้งก่อนไป พวกเขามาแจ้งบาลาอัมว่า
“บาลาคลูกชายของศิปโปร์กล่าวว่า อย่าให้มีสิ่งใดมาขัดขวางไม่ให้ท่านมาหาเรา เพราะเราจะตอบแทนท่านอย่างงาม และทำตามทุกอย่างที่ท่านบอก มาแช่งชนชาตินี้ให้เราเถิด”
แต่บาลาอัมตอบว่า “แม้บาลาคจะให้เงินและทองทั้งหมดที่อยู่ในวังของเขา ข้าพเจ้าก็ไม่อาจทำสิ่งใดนอกเหนือคำสั่งของพระยาห์เวห์พระเจ้าของข้าพเจ้าได้ ไม่ว่าเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ กดว 24:13เอาเถอะ เชิญค้างคืนที่นี่ก่อน ข้าพเจ้าจะดูว่าพระยาห์เวห์จะพูดอะไรเพิ่มเติมบ้างหรือไม่”
คืนนั้นพระเจ้ามาและพูดกับบาลาอัมว่า “ในเมื่อคนเหล่านี้มาเรียกเจ้า ก็จงไปกับเขา แต่จงทำตามที่เราสั่งเท่านั้น”
ลาของบาลาอัม
ครั้นรุ่งเช้าบาลาอัมก็ลุกขึ้นผูกอานลาไปกับพวกข้าราชการชาวโมอับ แต่พระเจ้าโกรธบาลาอัมมาก ทูตของพระยาห์เวห์มายืนดักกลางถนนเพื่อขัดขวางเขา บาลาอัมขี่ลาไปและมีคนรับใช้สองคนไปด้วย เมื่อลาเห็นทูตของพระยาห์เวห์ยืนถือดาบอยู่กลางทาง ก็เบี่ยงออกนอกทางเข้าไปในทุ่งนา แต่บาลาอัมตีลาเพื่อบังคับให้มันกลับมาบนถนน
จากนั้นทูตของพระยาห์เวห์มายืนอยู่ตรงทางแคบที่จะผ่านสวนองุ่น โดยมีกำแพงตั้งกั้นสองด้าน เมื่อลาเห็นทูตของพระยาห์เวห์ก็เบียดตัวชิดรั้วทำให้เท้าของบาลาอัมกระแทกกับกำแพงรั้ว เขาจึงตีลาอีก
แล้วทูตของพระยาห์เวห์ล่วงหน้าไปและยืนอยู่ตรงที่แคบซึ่งลาไม่สามารถจะหันไปทางไหนได้เลย เมื่อลาเห็นทูตของพระยาห์เวห์ก็หมอบลงโดยที่บาลาอัมยังนั่งอยู่บนหลัง เขาจึงโมโหและเอาไม้เท้าตีลาอีก พระยาห์เวห์เปิดปากลา ลาจึงพูดกับบาลาอัมว่า “ข้าทำอะไรท่านหรือจึงมาตีข้าถึงสามครั้ง”2 ปต 2:16
บาลาอัมตอบลาว่า “ก็เจ้าน่ะสิ ทำให้ข้ากลายเป็นคนโง่ ถ้าข้ามีดาบสักเล่มอยู่ในมือ ข้าจะฆ่าเจ้าเสียเดี๋ยวนี้”
ลากล่าวกับบาลาอัมว่า “ข้าไม่ใช่ลาของท่านซึ่งท่านขี่มาจนถึงตอนนี้หรือ ข้าเคยทำกับท่านอย่างนี้มาก่อนหรือเปล่า”
เขาตอบว่า “ไม่เคย”
แล้วพระยาห์เวห์จึงเปิดตาของบาลาอัม เขาเห็นทูตของพระยาห์เวห์ยืนถือดาบอยู่กลางทาง เขาก็ทรุดกายและหมอบกราบซบหน้าลงยชว 5:13
ทูตของพระยาห์เวห์ถามว่า “ทำไมเจ้าตีลาถึงสามครั้ง เรามาขัดขวางเจ้าเพราะเจ้ากำลังผลีผลามออกไปนอกลู่นอกทาง22:32 ความหมายของวลีภาษาฮีบรูไม่สามารถระบุได้แน่ชัด ลาเห็นเรา แล้วก็หลบเลี่ยงไปถึงสามครั้ง ไม่เช่นนั้นเราคงประหารเจ้าแน่นอน และปล่อยให้ลารอดชีวิตไป”
บาลาอัมกล่าวกับทูตของพระยาห์เวห์ว่า “ข้าพเจ้าได้ทำบาปแล้ว ข้าพเจ้าไม่ทราบว่าท่านยืนอยู่กลางทางเพื่อขัดขวางข้าพเจ้า ถ้าท่านไม่อยากให้ข้าพเจ้าไป ข้าพเจ้าก็จะกลับ”
ทูตของพระยาห์เวห์กล่าวกับบาลาอัมว่า “จงไปกับคนเหล่านี้เถิด แต่จงพูดตามที่เราสั่งเท่านั้น” ดังนั้นบาลาอัมจึงไปกับพวกข้าราชการที่บาลาคส่งมา
เมื่อบาลาคได้ยินว่าบาลาอัมกำลังมาก็ออกมาพบที่ชายแดน คือที่เมืองของชาวโมอับ ริมแม่น้ำอารโนน บาลาคกล่าวกับบาลาอัมว่า “เราส่งคนไปเชิญท่านมาโดยด่วนไม่ใช่หรือ เหตุใดท่านจึงไม่ยอมมา เราไม่สามารถปูนบำเหน็จแก่ท่านหรือ”
บาลาอัมตอบว่า “ข้าพเจ้ามาแล้วก็จริง แต่ไม่อาจพูดอะไรตามใจชอบได้ ข้าพเจ้าต้องพูดแต่สิ่งที่พระเจ้าใส่ไว้ในปากของข้าพเจ้าเท่านั้น”
แล้วบาลาอัมก็ร่วมทางไปกับบาลาคถึงที่คีริยาทหุโซท บาลาคเอาวัวและแกะถวายบูชา และยกบางส่วนให้บาลาอัมกับพวกข้าราชการที่มาด้วย วันรุ่งขึ้นบาลาคพาบาลาอัมขึ้นไปบนบาโมทบาอัลซึ่งเขามองลงมาเห็นบริเวณรอบนอกค่ายพักของคนอิสราเอล