กจ กิจการ, บทที่ กิจการ, บทที่ 4
เปโตรกับยอห์นต่อหน้าสภาแซนเฮดริน
ขณะที่เปโตรกับยอห์นกำลังกล่าวกับปวงชนอยู่ พวกปุโรหิต หัวหน้ายามวิหาร และพวกสะดูสีก็เข้ามาหา พวกเขาขัดเคืองใจมาก เพราะอัครทูตสอนผู้คนและประกาศถึงการฟื้นจากความตาย โดยอ้างถึงพระเยซู กจ 23:6เขาจับเปโตรกับยอห์นขังคุกไว้จนถึงวันรุ่งขึ้นเพราะว่าเย็นแล้ว แต่หลายคนที่ได้ยินคำสอนก็เชื่อ ดังนั้นจำนวนของผู้เชื่อจึงเพิ่มขึ้นเป็นประมาณห้าพันคน
วันรุ่งขึ้นพวกผู้มีอำนาจปกครอง ผู้อาวุโส และครูสอนกฎบัญญัติมาประชุมกันในเยรูซาเล็ม ทั้งมหาปุโรหิตอันนาส คายาฟาส ยอห์น อเล็กซานเดอร์และคนอื่นๆ ในครอบครัวของมหาปุโรหิต ลก 3:2พวกเขาให้นำเปโตรกับยอห์นมาอยู่ต่อหน้า เริ่มถามว่า “พวกเจ้าทำเช่นนี้ด้วยฤทธิ์เดชหรือในนามของใคร”
แล้วเปโตรซึ่งเต็มด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ก็ว่า “ท่านผู้มีอำนาจปกครองและผู้อาวุโสของประชาชน ลก 12:12ถ้าวันนี้เราถูกเรียกตัวมาให้การเพราะแสดงความเมตตากับคนง่อย และถูกสอบสวนว่าเขาหายพิการได้อย่างไร ทั้งท่านและปวงชนอิสราเอล รู้ไว้เถอะว่า โดยนามของพระเยซูคริสต์ชาวนาซาเร็ธ คนที่ท่านตรึงที่กางเขน แต่พระเจ้าให้ฟื้นขึ้นมานี่แหละ ที่รักษาชายที่ยืนต่อหน้าท่าน พระเยซูเป็น
‘ศิลาที่พวกท่านผู้เป็นช่างก่อได้ทิ้งแล้ว
กลับกลายเป็นศิลามุมเอก’4:11 สดด.118:22สดด 118:22; อสย 28:16; มธ 21:42; มก 12:10; ลก 20:17; 1 ปต 2:6; รม 9:33
ความรอดหาไม่ได้จากใครอื่น ไม่มีชื่ออื่นใดใต้ฟ้านี้ ที่จะทำให้มนุษย์รอดได้”กจ 10:43; คส 1:14; คส 1:20; 1 ธส 5:9; 1 ทธ 2:5
เมื่อพวกเขาเห็นความกล้าหาญของเปโตรกับยอห์น และรู้ว่าพวกเขาเป็นชาวบ้านที่ไม่มีการศึกษา ก็แปลกใจแล้วนึกได้ว่าสองคนนี้เคยอยู่กับพระเยซู แต่เพราะเขาเห็นชายที่หายโรคยืนอยู่ด้วยกันก็พูดอะไรไม่ได้ จึงสั่งให้ทั้งคู่ออกไปจากสภาแซนเฮดริน แล้วหารือกันว่า “เราจะทำอย่างไรกับพวกนี้ดี ทุกคนในเยรูซาเล็มรู้ว่าพวกเขาทำการอัศจรรย์ได้ชัดเจน และเราก็ปฏิเสธไม่ได้ แต่เพื่อยุติไม่ให้เรื่องนี้แพร่ออกไป เราต้องเตือนไม่ให้เขาเอ่ยชื่อนี้กับใครอีก”
แล้วจึงเรียกตัวทั้งสองคนมา และสั่งห้ามพูดหรือสอนในนามพระเยซูอีก กจ 5:40แต่เปโตรกับยอห์นตอบว่า “ให้เชื่อฟังพวกท่านหรือเชื่อฟังพระเจ้า อย่างไหนถูกต้องตามสายตาของพระเจ้า ตัดสินเอาเองเถอะ! กจ 5:29จะให้หยุดพูดถึงสิ่งที่เราได้เห็นและได้ยินก็ไม่ได้”
เมื่อข่มขู่คนทั้งสองอีก ก็ปล่อยตัวไป พวกเขาตัดสินใจไม่ได้ว่าจะลงโทษอย่างไร เพราะทุกคนพากันสรรเสริญพระเจ้าในสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะชายคนที่หายดีอย่างน่าอัศจรรย์นั้นอายุกว่าสี่สิบปีแล้ว
คำอธิษฐานของผู้เชื่อ
เมื่อได้รับการปล่อยตัว เปโตรกับยอห์นก็กลับมาหาพวกพ้อง เล่าทุกสิ่งที่พวกหัวหน้าปุโรหิตกับผู้อาวุโสพูด เมื่อได้ฟังแล้ว ทุกคนก็พร้อมใจเปล่งเสียงอธิษฐานต่อพระเจ้าว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าองค์เจ้านาย พระองค์สร้างฟ้าสวรรค์ แผ่นดินโลก ท้องทะเลและทุกสิ่งในนั้น พระองค์พูดโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ผ่านปากผู้รับใช้ของพระองค์ คือดาวิดบรรพบุรุษของเราว่า
‘เหตุใดชนชาติทั้งหลายขบถ
และประชาชนวางแผนให้ป่วยการ
บรรดากษัตริย์ของโลกนี้ตั้งตนขึ้น
และพวกผู้มีอำนาจปกครองรวมตัวกัน
ต่อต้านองค์พระผู้เป็นเจ้า
และต่อต้านผู้ซึ่งพระองค์ได้เจิมไว้4:26 นั่นคือ พระเมสสิยาห์ หรือ พระคริสต์’4:26 สดด.2:1,2สดด 2:1
อันที่จริง เฮโรด ปอนทิอัสปีลาต คนต่างชาติและชาวอิสราเอลในกรุงนี้คิดต่อต้านพระเยซู ผู้รับใช้บริสุทธิ์ซึ่งพระองค์ได้เจิมไว้ อสย 61:1; มธ 26:3; ลก 1:35; ลก 4:18; ยน 10:36สิ่งที่พวกเขาทำ ก็เป็นสิ่งที่พระองค์กำหนดไว้ก่อนแล้วว่าจะเกิดขึ้น โดยอำนาจและความประสงค์ของพระองค์ มธ 26:24เวลานี้ องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอฟังคำข่มขู่ของเขา และช่วยให้ผู้รับใช้ของพระองค์ประกาศพระวจนะด้วยใจกล้า กจ 13:46ขอยื่นมือของพระองค์ออกเพื่อรักษา ทำหมายสำคัญและปาฏิหาริย์ต่างๆ ผ่านนามของพระเยซู ผู้รับใช้บริสุทธิ์ของพระองค์ด้วยเถิด”
หลังจากพวกเขาอธิษฐานจบแล้ว สถานที่ซึ่งประชุมกันอยู่นั้นก็สั่นสะเทือน ทุกคนได้รับการเติมเต็มด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ และประกาศพระวจนะของพระเจ้าอย่างกล้าหาญกจ 16:26
ผู้เชื่อแบ่งปันสิ่งที่ตนมี
ผู้เชื่อทั้งหมดเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ไม่มีใครอ้างว่าทรัพย์สินที่มีเป็นของตัวเอง แต่แบ่งปันทุกสิ่งที่พวกเขามี กจ 2:44พวกอัครทูตเป็นพยานด้วยฤทธิ์เดชที่ยิ่งใหญ่ ถึงการฟื้นจากความตายของพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้า และพระคุณของพระเจ้ามากล้นอยู่กับพวกเขาทุกคน จนในกลุ่มคนที่เชื่อนั้น ไม่มีใครขัดสน เพราะคนที่มีบ้านหรือที่ดินก็ขายแล้วนำเงินที่ได้ มาวางที่เท้าของอัครทูต เพื่อแจกจ่ายให้คนตามความจำเป็น
โยเซฟซึ่งอัครทูตเรียกเขาว่าบารนาบัส (แปลว่า “ลูกผู้ให้กำลังใจ”) เขาเป็นคนเลวีจากเกาะไซปรัส ได้ขายที่ดินของตนและนำเงินที่ได้มาวางที่เท้าของอัครทูต