1 พกษ 1 พงศ์กษัตริย์, บทที่ 1 พงศ์กษัตริย์, บทที่ 21
สวนองุ่นของนาโบท
ต่อมามีเหตุการณ์เกี่ยวข้องกับสวนองุ่นของนาโบทชาวยิสเรเอล สวนองุ่นนี้อยู่ในยิสเรเอล ใกล้กับวังของกษัตริย์อาหับแห่งสะมาเรีย 1 พกษ 18:45อาหับพูดกับนาโบทว่า “จงยกสวนองุ่นของเจ้าให้ข้าใช้เป็นสวนผักเพราะอยู่ใกล้วังข้า ข้าจะขอแลกด้วยสวนองุ่นที่ดียิ่งกว่านี้ หรือถ้าเจ้าอยากได้เป็นเงิน ข้าก็จะจ่ายให้เต็มราคา”ลนต 25:14; ฉธบ 11:10
แต่นาโบทพูดว่า “พระยาห์เวห์ห้ามไม่ให้ข้าพเจ้ายกมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษแก่ท่าน”ลนต 25:23; กดว 36:7; อสค 46:18
ดังนั้นอาหับจึงกลับวังด้วยความโกรธและขุ่นเคืองใจที่นาโบทชาวยิสเรเอลพูดว่า “ข้าพเจ้าจะไม่ยกมรดกของบรรพบุรุษให้ท่าน” อาหับเอนกายลงบนเตียงนอน และหันหน้าเข้าข้างฝาไม่ยอมกินอะไร
เยเซเบลภรรยาของเขาเข้ามาถามว่า “ทำไมท่านจึงขุ่นเคืองใจอย่างนี้ เหตุใดไม่ยอมกินอาหาร”
อาหับตอบว่า “เพราะข้าได้พูดกับนาโบทคนยิสเรเอลว่า ‘จงขายสวนองุ่นของเจ้าให้ข้า หรือถ้าเจ้าพอใจ ข้าจะแลกสวนองุ่นของเจ้ากับอีกที่หนึ่ง’ แต่เขาตอบว่า ‘ข้าพเจ้าจะไม่ยกสวนองุ่นของข้าพเจ้าให้ท่าน’ ”
เยเซเบลภรรยาของเขาพูดว่า “ท่านเป็นกษัตริย์แห่งอิสราเอลไม่ใช่หรือ ขึ้นมากินเถิด! อย่ากังวลใจในเรื่องนั้นเลย ดิฉันจะจัดการเอาสวนองุ่นของนาโบทแห่งยิสเรเอลมาให้”มธ 6:24
แล้วเธอจึงร่างจดหมายลงนามอาหับ ประทับตราของเขา แล้วส่งไปยังผู้อาวุโสและขุนนางที่อาศัยอยู่ในเมืองเดียวกับนาโบท จดหมายนั้นมีใจความว่า
“จงประกาศวันถืออดอาหาร แล้วให้นาโบทนั่งในที่สูงเด่นท่ามกลางประชาชน หาอันธพาลสองคนมานั่งตรงข้าม และปรักปรำนาโบทว่าเขาแช่งด่าพระเจ้าและกษัตริย์ แล้วเอาตัวนาโบทออกไปและเอาหินขว้างให้ตาย”2 ซมอ 19:21; โยบ 1:5
บรรดาผู้อาวุโสและขุนนางที่อาศัยในเมืองเดียวกับนาโบทจึงทำตามที่เยเซเบลสั่งมาในจดหมายนั้น พวกเขาประกาศให้ถืออดอาหาร และให้นาโบทนั่งอยู่ในที่โดดเด่นกลางที่ประชุม จากนั้นมีอันธพาลสองคนมานั่งตรงกันข้ามและกล่าวหานาโบทต่อหน้าประชาชนว่า “นาโบทได้แช่งด่าพระเจ้าและแช่งด่ากษัตริย์” พวกเขาจึงลากตัวนาโบทออกไปนอกเมืองและเอาหินขว้างเขาจนตาย สดด 35:11; มธ 26:60; ลนต 24:11; ลนต 24:14แล้วพวกเขาก็ส่งถ้อยคำไปบอกเยเซเบลว่า “นาโบทถูกหินขว้างตายแล้ว”
ทันทีที่เยเซเบลรู้ว่านาโบทถูกหินขว้างตายแล้วก็พูดกับอาหับว่า “ขอลุกขึ้นไปยึดครองสวนองุ่นของนาโบทชาวยิสเรเอลที่เขาไม่ยอมขายให้ท่าน เขาตายแล้ว” โยบ 24:6เมื่ออาหับได้ยินว่านาโบทตายแล้วก็ลุกขึ้นไปยึดครองสวนองุ่นของนาโบท
แล้วถ้อยคำของพระยาห์เวห์มาถึงเอลียาห์ชาวทิชบีว่า “จงไปพบกษัตริย์อาหับแห่งอิสราเอล ผู้ปกครองอยู่ในสะมาเรีย ขณะนี้เขาอยู่ที่สวนองุ่นของนาโบทซึ่งเขายึดมา จงบอกเขาว่า ‘พระยาห์เวห์พูดว่า เจ้าฆ่าคนชิงเอาทรัพย์สินของเขามาหรือ’ แล้วบอกเขาว่า ‘พระยาห์เวห์พูดดังนี้ว่า สุนัขจะเลียเลือดของเจ้าในที่ซึ่งสุนัขได้เลียเลือดของนาโบท!’ ”1 พกษ 22:38
อาหับพูดกับเอลียาห์ว่า “เจ้าศัตรูของข้า เจ้าพบข้าเข้าอีกแล้วสิ!”
เอลียาห์ตอบว่า “ข้าพเจ้ามาพบท่าน เพราะท่านได้ขายตัวเองให้กับการทำสิ่งที่ชั่วในสายตาของพระยาห์เวห์ 2 พกษ 17:17พระองค์จึงพูดว่า ‘เราเองจะนำภัยพิบัติมาถึงเจ้า เราจะกวาดล้างเชื้อสายของเจ้าทั้งที่เป็นทาสและเป็นไท21:21 หรือ เจ้าคือผู้มีอำนาจปกครองหรือผู้นำทุกคนในอิสราเอลไม่ให้เหลือชีวิตรอดแม้แต่คนเดียว 2 พกษ 9:8เราจะทำแก่ครอบครัวของเจ้าเหมือนที่ทำแก่ครอบครัวของเยโรโบอัมลูกชายของเนบัทและครอบครัวของบาอาชาลูกชายของอาหิยาห์ เพราะเจ้ายั่วยุให้เราโกรธและชักนำให้อิสราเอลทำบาป’1 พกษ 15:29
และพระยาห์เวห์ยังพูดเกี่ยวกับเยเซเบลว่า ‘สุนัขจะกัดกินเยเซเบลข้างกำแพงของ21:23 ฉบับสำเนาภาษาฮีบรูส่วนใหญ่ ฉบับสำเนาภาษาฮีบรูจำนวนเล็กน้อย ฉบับวัลเกต และฉบับซีรีแอคว่า บนที่ดินผืนนั้นที่ (ดู 2พกษ.9:26) ยิสเรเอล’2 พกษ 9:36
คนในตระกูลของอาหับที่ตายในเมืองจะถูกสุนัขกัดกิน ส่วนผู้ที่ตายในท้องทุ่งจะถูกนกจิกกิน”1 พกษ 14:11; 1 พกษ 16:4
(ไม่เคยมีใครเหมือนอาหับผู้ขายตัวเองให้กับการทำสิ่งที่ชั่วในสายตาของพระยาห์เวห์ ตามการชักนำของภรรยาเยเซเบล 1 พกษ 21:20อาหับทำบาปที่ร้ายแรงที่สุด โดยหันไปติดตามรูปเคารพต่างๆ ตามอย่างชาวอาโมไรต์ซึ่งพระยาห์เวห์ขับไล่ออกไปให้พ้นหน้าคนอิสราเอล)ลนต 26:30
เมื่ออาหับได้ฟังถ้อยคำเหล่านี้ ก็ฉีกเสื้อผ้าของตน สวมผ้ากระสอบ อดอาหาร นอนหลับในชุดนั้น และสำรวมตน
จึงมีถ้อยคำจากพระยาห์เวห์มาถึงเอลียาห์ชาวทิชบีว่า “เจ้าเห็นหรือไม่ว่าอาหับได้ถ่อมใจลงต่อหน้าเรา เพราะเขาถ่อมใจลง เราจะไม่ให้เกิดภัยพิบัตินี้ในชั่วชีวิตของเขา แต่จะให้เกิดแก่ครอบครัวของเขาในสมัยลูกของเขา”2 พศด 12:7