กดว กันดารวิถี, บทที่ กันดารวิถี, บทที่ 11
ไฟจากพระยาห์เวห์
ครั้งนั้นประชาชนบ่นถึงความทุกข์ลำบากของพวกเขา เมื่อพระยาห์เวห์ได้ยิน ความโกรธก็พลุ่งขึ้น แล้วมีไฟจากพระยาห์เวห์ลงมาเผาผลาญคนเหล่านั้นที่รอบนอกของค่าย กดว 21:4; ลนต 10:2; สดด 78:21พวกเขาร้องขอให้โมเสสช่วย เมื่อโมเสสอธิษฐานต่อพระยาห์เวห์ไฟก็ดับ อมส 7:5ที่แห่งนั้นจึงได้ชื่อว่าทาเบราห์11:3 แปลว่า ลุกไหม้อยู่ เพราะมีไฟจากพระยาห์เวห์ลงมาเผาผลาญพวกเขาฉธบ 9:22
นกคุ่มจากพระยาห์เวห์
ฝูงชนที่มากับพวกเขาเริ่มอยากกินอาหารอย่างอื่น และชาวอิสราเอลเริ่มคร่ำครวญอีกว่า “อยากกินเนื้อเหลือเกิน! อพย 12:38; 1 คร 10:6นึกถึงปลาที่เราเคยกินกันในอียิปต์โดยไม่ต้องซื้อ อีกทั้งแตงกวา แตงโม กระเทียมต้น หอมใหญ่ และกระเทียม แต่ตอนนี้เราเบื่ออาหารแล้ว เราไม่เคยเห็นอะไรเลยนอกจากมานา!”กดว 21:5
มานามีลักษณะเหมือนเมล็ดผักชี ดูคล้ายๆ ยางไม้ตะคร้ำ อพย 16:14; สดด 78:24; ยน 6:31; 1 คร 10:3ประชาชนเที่ยวเก็บมาตำหรือโม่เป็นแป้ง แล้วต้มและทำเป็นขนม มีรสชาติเหมือนขนมบางอย่างที่ทำจากน้ำมันมะกอก มานานั้นร่วงลงมาพร้อมกับหยาดน้ำค้างในเวลากลางคืนอพย 16:14
โมเสสได้ยินเสียงคร่ำครวญของผู้คนจากทุกครอบครัว แต่ละคนยืนอยู่หน้าทางเข้าเต็นท์ของเขา พระยาห์เวห์โกรธยิ่งนัก โมเสสก็หนักใจ เขาถามพระยาห์เวห์ว่า “ทำไมพระองค์นำความหนักใจนี้มาให้ผู้รับใช้ของพระองค์ ข้าพเจ้าทำสิ่งใดให้พระองค์ไม่พอใจหรือ จึงให้ข้าพเจ้าแบกภาระทั้งหมดของชนชาตินี้ ข้าพเจ้าตั้งครรภ์คนทั้งหมดนี้หรือไร ข้าพเจ้าให้กำเนิดเขาหรือ ทำไมพระองค์บอกให้ข้าพเจ้าอุ้มพวกเขาเหมือนพี่เลี้ยงอุ้มทารกไว้ในอ้อมแขน ไปจนถึงดินแดนที่พระองค์สัญญาโดยปฏิญาณไว้กับบรรพบุรุษของพวกเขา ฉธบ 1:35ข้าพเจ้าจะไปหาเนื้อจากที่ไหนมาให้คนทั้งหมดนี้ พวกเขาคร่ำครวญกับข้าพเจ้าว่า ‘ให้พวกเราได้กินเนื้อเถิด!’ ข้าพเจ้าคนเดียวอุ้มคนทั้งหมดนี้ไม่ไหว ภาระนี้หนักเกินไป ฉธบ 1:19หากพระองค์จะทำกับข้าพเจ้าอย่างนี้ ก็ขอทำต่อไปและฆ่าข้าพเจ้าเถอะ ถ้าข้าพเจ้าเป็นที่โปรดปรานในสายตาของพระองค์ อย่าให้ข้าพเจ้าต้องเผชิญกับความพินาศของตัวเองเลย”อพย 32:32
พระยาห์เวห์พูดกับโมเสสว่า “จงนำผู้อาวุโสเจ็ดสิบคนของอิสราเอลซึ่งเจ้ารู้จักในฐานะผู้นำและเจ้าหน้าที่ในหมู่ประชาชนนั้นมาพบเรา ให้พวกเขามายืนอยู่กับเจ้าที่เต็นท์นัดพบ อพย 18:21; กดว 16:25เราจะลงมาพูดกับเจ้าที่นั่น และจะให้ฤทธิ์เดชของพระวิญญาณที่อยู่เหนือเจ้าบางส่วนไปอยู่เหนือคนเหล่านั้นด้วย พวกเขาจะช่วยแบกภาระเรื่องประชาชนร่วมกับเจ้า เจ้าจะได้ไม่ต้องแบกเองตามลำพัง1 คร 12:4; อพย 18:26
จงบอกประชาชนว่า ‘จงชำระตัวให้บริสุทธิ์ เตรียมพร้อมสำหรับพรุ่งนี้ซึ่งพวกเจ้าจะได้เนื้อกิน พระยาห์เวห์ได้ยินที่พวกเจ้าโอดครวญแล้วว่า “เราอยากกินเนื้อเหลือเกิน! อยู่ที่อียิปต์ยังดีเสียกว่า!” บัดนี้พระยาห์เวห์จะให้เนื้อ และเจ้าจะได้กิน อพย 19:10ไม่เพียงแค่วันสองวัน ห้าวัน สิบวันหรือยี่สิบวัน แต่เจ้าจะมีเนื้อกินหนึ่งเดือนเต็ม จนล้นออกมาทางจมูกจนเจ้าเอือม เพราะเจ้าปฏิเสธ พระยาห์เวห์ผู้อยู่ท่ามกลางพวกเจ้า และคร่ำครวญต่อพระองค์ว่า “ทำไมพวกเราต้องจากอียิปต์มา” ’ ”กดว 21:5
แต่โมเสสพูดว่า “ข้าพเจ้ามีผู้ชายถึงหกแสนคนยืนอยู่ที่นี่ และพระองค์พูดว่า ‘เราจะให้เนื้อพวกเขากินตลอดหนึ่งเดือนเต็ม!’ กดว 20:10; มธ 14:15; ยน 6:5ต่อให้เอาฝูงแพะ แกะ และวัวทั้งหมดมาฆ่ากินจะพอหรือ หากจะจับปลาหมดทะเลมาให้พวกเขากินจะเพียงพอหรือ”มธ 15:33; มก 8:4
พระยาห์เวห์ตอบโมเสสว่า “แขนของพระยาห์เวห์สั้นไปหรืออย่างไร คราวนี้เจ้าจะเห็นว่าที่เราพูดนั้นจะเป็นจริงหรือไม่”อสย 50:2; อสย 59:1
ดังนั้นโมเสสจึงออกมาแจ้งแก่ประชาชนถึงถ้อยคำของพระยาห์เวห์ เขาเรียกประชุมผู้อาวุโสเจ็ดสิบคนโดยให้ยืนรอบพลับพลา แล้วพระยาห์เวห์ลงมาในเมฆพูดกับโมเสส และเอาฤทธิ์เดชของพระวิญญาณที่อยู่เหนือโมเสสบางส่วน ไปอยู่เหนือผู้อาวุโสทั้งเจ็ดสิบคน เมื่อพระวิญญาณอยู่เหนือพวกเขา เขาก็เผยพระวจนะ และไม่ได้ทำอย่างนั้นอีกเลยกดว 12:5; 1 ซมอ 10:6; ยอล 2:28
แต่มีผู้อาวุโสสองคนในกลุ่มเจ็ดสิบคนคือ เอลดาดและเมดาดยังอยู่ในค่ายพัก ไม่ได้ออกไปที่พลับพลา พระวิญญาณก็มาอยู่เหนือพวกเขาด้วย และพวกเขาก็เผยพระวจนะอยู่ในค่าย ชายหนุ่มคนหนึ่งวิ่งมาแจ้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้โมเสสทราบว่า “เอลดาดและเมดาดกำลังเผยพระวจนะอยู่ในค่าย”
โยชูวาลูกชายของนูนซึ่งคอยรับใช้โมเสสมาตั้งแต่หนุ่มๆ ท้วงว่า “โมเสส เจ้านายของข้าพเจ้า โปรดห้ามเขาเถิด!”กดว 13:8; 1 ธส 5:19
แต่โมเสสตอบว่า “ท่านอิจฉาแทนเราหรือ เราอยากให้ประชาชนของพระยาห์เวห์ทุกคนเป็นผู้เผยพระวจนะ และให้พระยาห์เวห์เอาพระวิญญาณของพระองค์ไปอยู่เหนือพวกเขา!” แล้วโมเสสกับบรรดาผู้อาวุโสของอิสราเอลก็กลับไปยังค่ายพัก
ทันใดนั้นมีกระแสลมจากพระยาห์เวห์พัดพานกคุ่มจากทะเลมาตกอยู่รอบ ค่ายทุกทิศ สูงพ้นพื้นดินประมาณ 90 เซนติเมตร เป็นรัศมีเท่ากับระยะทางที่เดินได้ในหนึ่งวัน อพย 16:13; สดด 78:27; สดด 105:40ประชาชนพากันออกไปจับนกมาฆ่ากินตลอดวันคืน และทุกวันรุ่งขึ้น ประชาชนก็ออกไปจับนกคุ่ม ไม่มีใครจับได้น้อยกว่าสิบโฮเมอร์11:32 นั่นคือ เป็นไปได้ว่าประมาณ 1 3/4 ตัน พวกเขาเอาเนื้อนกคุ่มตากไว้รอบค่าย แต่ขณะที่เนื้อยังคาปาก ยังไม่ได้กลืนลงไป ความโกรธของพระยาห์เวห์ก็พลุ่งขึ้นต่อประชาชน พระองค์โจมตีพวกเขาด้วยโรคระบาดอย่างรุนแรง สดด 78:30สถานที่แห่งนั้นจึงได้ชื่อว่า ขิบโรทหัทธาอาวาห์11:34 ขิบโรทหัทธาอาวาห์ หมายถึง สุสานแห่งความตะกละ เพราะที่นั่นพวกเขาได้ฝังคนที่ตะกละกินอาหารอื่น
ประชาชนเดินทางต่อจากขิบโรทหัทธาอาวาห์มาถึงฮาเซโรท และพักอยู่ที่นั่นกดว 12:16